จึงมุ่งสู่พุทธภูมิ#ทางหมดทุกข์#วิมุตติความหลุดพ้น#จากเทวโลกมาเกิดเป็นมนุ...
TH
ข้ามการนำทาง
ค้นหา
3
รูปโปรไฟล์
0:02 / 23:12
ทางมรรคผลนิพพาน#จุติจากเทวโลกเกิดเป็นมนุษย์แล้วได้บรรลุความสิ้นอาสวะ#การเจริญสติเพื่อความสิ้นอาสวะ
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
ผู้ติดตาม 614 คน
ติดตามแล้ว
7
แชร์
ดาวน์โหลด
การดู 78 ครั้ง 23 มิ.ย. 2022 #การเกิดมรรคผล#โลกราบเป็นหน้ากลอง#ปรมัตถธรรมสภาพธรรมตามความเป็นจริง4ประเภทคือจิตเจตสิกรูปและนิ …
ความคิดเห็น
13
Thongbai Ho
น้อมกราบสาธุสาธุสาธุเจ้าค่ะ
23:15
กำลังเล่น
กาย เวทนา จิต ธรรม#ความบริสุทธิ์หลุดพ้น#เราไม่รีบเป็นพระอรหันต์#มรรคผล#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆ
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 118 ครั้ง
2 เดือนที่ผ่านมา
4:59
กำลังเล่น
กรรมฐาน ที่ทำให้เกิดปฏิภาคนิมิต เพื่อการเจริญอภิญญาสมาบัติ
อิศเรศ ทองสุข
การดู 77 ครั้ง
1 วันที่ผ่านมา
ใหม่
1:01:31
กำลังเล่น
🔴ไลฟ์สด 11/9/65 เรื่อง วางใจให้เป็น : บรรยายโดย...พระครูสมุห์ประเสริฐ เสฏฐปุตโต
รวมธรรมะสอนใจ
การดู 6.1 พัน ครั้ง
14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ใหม่
59:54
กำลังเล่น
ผู้เห็นภัยในสังสารวัฏ#ผู้มีร่างกายสุดท้าย#เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 100 ครั้ง
4 เดือนที่ผ่านมา
6:41
กำลังเล่น
เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า#จิตของเราจะรวมเข้ากับพระพุทธเจ้า
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 65 ครั้ง
1 เดือนที่ผ่านมา
1:44:04
กำลังเล่น
ธรรมเทศนาการวางใจเพื่อละอุปาทาน - พระอาจารย์วิชัยกัมมสุทโธ
CraftboxInterior
การดู 4.5 พัน ครั้ง
6 ปีที่แล้ว
51:39
กำลังเล่น
วิมุตติมรรค#ทางสู่ความหลุดพ้น#วิมุตตายตนะ#จิต#เจตสิก#รูป#นิพพาน#การบรรลุมรรคผล#การเกิดอริยมรรค
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 43 ครั้ง
4 เดือนที่ผ่านมา
12:04
กำลังเล่น
อานุภาพคุณยาย_530910_10.mpg
072pair
การดู 4.5 หมื่น ครั้ง
11 ปีที่แล้ว
15:06
กำลังเล่น
อานิสงส์การรักษาศีล 8
apisak Muntatharo
การดู 5.2 หมื่น ครั้ง
7 ปีที่แล้ว
28:45
กำลังเล่น
ทุกครั้งที่เราพูดกับคนอื่น#พลังทางจิตของเราจะเสียไป#ความบริสุทธิ์หลุดพ้น#เราไม่รีบเป็นพระอรหันต์
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 144 ครั้ง
2 เดือนที่ผ่านมา
29:29
กำลังเล่น
อุปจารสมาธิ#เราไม่ลืมความตาย#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
pornpimon tungmepol
การดู 61 ครั้ง
6 เดือนที่ผ่านมา
1:02:37
กำลังเล่น
การสำเร็จมรรคผล#เราเป็นเด็กหลงทาง#วิมุตติมรรคทางสู่ความหลุดพ้น#การบรรลุมรรคผลในมนุษย์
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 73 ครั้ง
4 เดือนที่ผ่านมา
14:04
กำลังเล่น
ทางบรรลุมรรคผล#การเกิดมรรคผล#ธรรมาภิสมัย#การตรัสรู้ธรรม#การสำเร็จมรรคผล.
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 52 ครั้ง
2 เดือนที่ผ่านมา
1:04:11
กำลังเล่น
อริยมรรคทางสายกลางกับทางสายเอก พระครูภาวนานุศาสก์
วิปัสสนากรรมฐาน
การดู 1 หมื่น ครั้ง
7 ปีที่แล้ว
31:12
กำลังเล่น
ตา หู จมูก สิ้น กาย ใจ#คำสอนทางพุทธศาสนา#อมตมหานครนี้มีศีลเป็นกำแพงเมืองมีปัญญาเป็นหอรบอินทรีย์สังวร
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 78 ครั้ง
4 เดือนที่ผ่านมา
6:41
กำลังเล่น
กราบพระพุทธเจ้า#โลกราบเป็นหน้ากลอง#ทางสิ้นภพ#การบรรลุมรรคผล#อนุปาทาปรินิพพาน#ความสิ้นอาสวะ
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 91 ครั้ง
5 เดือนที่ผ่านมา
14:38
กำลังเล่น
การบรรลุมรรคผล#วิมุตติความหลุดพ้น#ทางหมดทุกข์#มรรคจิตผลจิต
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 41 ครั้ง
2 เดือนที่ผ่านมา
1:40:18
กำลังเล่น
ธรรมะบรรยาย เรื่องธรรมะสู่สากล
prachak bunsing
การดู 1.4 หมื่น ครั้ง
7 ปีที่แล้ว
55:21
กำลังเล่น
พระอมิตาภะพุทธเจ้า 阿彌陀佛
Mahaparamitaaa
การดู 9.1 หมื่น ครั้ง
10 ปีที่แล้ว
4:55
กำลังเล่น
ผู้ดับรอบเฉพาะตน#อนุปาทาปรินิพพาน
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 31 ครั้ง
5 เดือนที่ผ่านมา
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็น 13 รายการ
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
เพิ่มความคิดเห็น...
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
0 วินาทีที่ผ่านมา
#ใช้หนี้ก็หมดพ้นเหตุเกิดเมื่อเพิกรูปปรมาณูที่เล็กที่สุดเสียได้ #กรรมชั่วที่ประทับบรรจุบันทึกถ่ายภาพติดอยู่กับรูปปรมาณูนั้นก็หมดโอกาสที่จะให้ผลต่อไปในเบื้องหน้า การเพิ่มหนี้ก็เป็นอันสะดุดหยุดลง เหตุปัจจัยภายนอกภายในที่มากระทบ ก็เป็นสักแต่ว่ามากระทบ ไม่มีผลสืบเนื่องต่อไป หนี้กรรมชั่วที่ได้ทำไว้ตั้งแต่ชาติแรก ก็เป็นอันได้รับการชดใช้หมดสิ้น หมดเรื่องหมดราวหมดพันธะผูกพันที่จะต้องเกิดมาใช้หนี้กรรมกันอีก เพราะ กรรมชั่วอันเป็นเหตุให้ต้องเกิดอีก ไม่อาจให้ผลต่อไปได้ เรียกว่า "พ้นเหตุเกิด"
#การที่เราแต่ละคนๆนะจะบรรลุพระโสดาบันบรรลุพระสกทาคามีอนาคามีบรรลุพระอรหันต์ก็เดินอยู่ในร่องรอยอันเดียวกันทั้งหมดเลย#เราต้องมาเห็นความเป็นจริงของรูปของนามเห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกนะจนจิตมันเป็นกลาง #จิตมันเป็นกลางแล้วถึงจะมีโอกาสเกิดอริยมรรค#ความเป็นกลางต่อสังขารนี่นะความเป็นกลางต่อความปรุงแต่งทั้งหลายทั้งปวงนี้แหล่ะคือประตูแห่งการบรรลุมรรคผลถ้าเรายังภาวนาไม่สามารถเข้ามาสู่ความเป็นกลางต่อรูปนามต่อความปรุงแต่งได้ด้วยปัญญายังไกลกับมรรคผลอยู่อย่างถ้าเราเป็นกลางด้วยสติเป็นกลางด้วยสมาธิยังไกลต่อมรรคผลอยู่แต่#ถ้าเราอบรมปัญญามากพอนะมีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริงด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางมากเข้่าๆนะตรงที่ตั้งมั่นและเป็นกลางเป็นกลางด้วยสมาธิเป็นกลางด้วยสติด้วยสมาธิในที่สุดจิตจะเกิดปัญญาเห็นว่าทุกอย่างเป็นของชั่วคราวเท่าๆกันหมดเลยตรงนี้จะเป็นกลางด้วยปัญญาเมื่อมันเป็นกลางด้วยปัญญาจิตจะหมดความดิ้นรนหมดความปรุงแต่งหมดการแสวงหาหมดกิริยาอาการทั้งหลายจิตชนิดนี้แหล่ะพร้อมที่จะสัมผัสกับพระนิพพานบางคนจิตจะรวมเข้าอัปปนาสมาธิแล้วผ่านกระบวนการแห่งอริยมรรค แต่บางคนมาถึงสังขารุเปกขา(ญาณ)แล้วนะ จิตถอยออกมาอีก เสื่อมไปเลยก็ได้ บางคนไปอยู่ตรงนี้นะ แล้วปรารถนาพุทธภูมิก็ได้ เป็นทางแยกไปพุทธภูมิเพราะงั้นจะเป็นพระโพธิสัตว์ หรือจะเป็นพระอริยสงฆ์เป็นสาวกธรรมดา ก็ต้องฝึกจนกระทั่งได้สังขารุเปกขาญาณ ถ้าไม่มีสังขารุเปกขาฯเนี่ย พระโพธิสัตว์ก็อยู่ไม่รอดหรอก เดี๋ยวเจอความทุกข์เข้าก็ถอย ไม่เป็นกลางกับความทุกข์งั้นพวกเราทุกคนนะ รู้เป้าหมายของเรา เราจะต้องพัฒนาจิตใจของตนเอง จนวันหนึ่งมันเป็นกลางต่อความปรุงแต่งทั้งปวง เช่นเป็นกลางต่อความสุขความทุกข์ เป็นกลางต่อกุศลอกุศล เป็นกลางต่อความยินดียินร้ายทั้งหลาย จะเป็นกลางได้นะ อาศัยมีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง รู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น รู้ด้วยจิตที่เป็นกลาง เป็นกลางตัวนี้กลางด้วยสติด้วยสมาธิไปก่อน แล้วสุดท้ายมันจะกลางด้วยปัญญา
ตอบกลับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
5 วันที่ผ่านมา
#การบัญญัติจำพวกบุคคลของบุคคลทั้งหลาย#บุคคลบัญญัติของบุคคลมีเท่าไรผู้พ้นในกาลบางคราวผู้พ้นอย่างเด็ดขาด#ผู้มีธรรมที่กำเริบได้ผู้มีธรรมที่กำเริบไม่ได้#ผู้มีธรรมที่เสื่อมได้ผู้มีธรรมที่เสื่อมไม่ได้,
เจตะนาภัพโพ อะนุรักขะนาภัพโพ,
-ผู้มีธรรมที่ควรแก่เจตนา, ผู้มีธรรมที่ควรแก่การรักษา,
ปุถุชชะโน โคต๎ระภู,
-ผู้เป็นปุถุชน, ผู้คร่อมโคตร,
ภะยูปะระโต อะภะยูปะระโต,
-ผู้เว้นชั่วเพราะกลัว, ผู้เว้นชั่วไม่ใช่เพราะกลัว,
ภัพพาคะมะโน อะภัพพาคะมะโน,
-ผู้ควรแก่มรรคผลนิพพาน, ผู้ไม่ควรแก่มรรคผลนิพพาน,
นิยะโต อะนิยะโต,
-ผู้เที่ยง, ผู้ไม่เที่ยง,
ปะฏิปันนะโก ผะเลฏฐิโต,
-ผู้ปฏิบัติอริยมรรค, ผู้ตั้งอยู่ในอริยผล,
อะระหา อะระหัตตายะ ปะฏิปันโน,
-ผู้เป็นพระอรหันต์, ผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นพระอรหันต์
1
ตอบกลับ
pornpimon tungmepol
pornpimon tungmepol
3 วันที่ผ่านมา
#ปุถุชนที่จะบรรลุมรรคผลก็ต้องพร้อมด้วยเหตุคือไม่ได้ทำอนัตตริยกรรม#เกิดมาด้วยมีปัญญาเกิดร่วมด้วย #ไม่กล่าวร้ายพระอริยเจ้าและอินทรีย์แก่กล้า#การอบรมปัญญาถึงพร้อมที่จะบรรลุในชาตินั้นจึงบรรลุ#การสำเร็จมรรคผล#อานิสงค์แห่งจิต#ท่าพระโคดม#การบรรลุมรรคผล#การสํารวมใจ
#ศาสนาพุทธสอนให้เราเรียนรู้ตัวเอง#สิ่งที่เรียกว่าตัวเราคือกายกับใจ #ท่านสอนว่าถ้าเรารักสิ่งใด#เราจะทุกข์เพราะสิ่งนั้น#ถ้าเรามีสติคอยรู้ทันจิตใจของเราอยู่เรื่อยๆ#กิเลสครอบงำจิตไม่ได้ไม่ผิดศีลหรอก#วันใดที่จิตมันเดินปัญญาแก่รอบถึงขนาดนี้แล้วจิตมันจะรวมเข้าอัปปนาสมาธิรวมเองนะ #ให้มันรู้ไปเลยว่าเราเป็นลูกพระพุทธเจ้า#มีภาษิตว่าความเพียรของมนุษย์เทวดาก็กีดกันไม่ได้#ก็หมายความว่าพุทธศาสนาไม่ให้ยอมแพ้แก่โชคชะตา#ให้ใช้ความเพียรพยายามด้วยปัญญา#แล้วจะเอาชนะโชคชะตาได้๏เราต้องการผลก็ต้องทำเหตุ
#วิมุตติความหลุดพ้น#ผู้มีร่างกายสุดท้าย#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#อารมณ์พระอรหันต์#มหาปรินิพพานสูตรและพระสาวกภาษิต#เวลาที่เราภาวนาพละ๕มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง #รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุนกำลังเสริมจนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา#เวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็มกำลังเต็มศีลสมาธิปัญญาเต็ม#คุณงามความดีนั้นเต็มในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาล
#อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไปขาดสะบั้นออกไป#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่#รู้สึกไหมว่าทุกข์แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลยจิตเราไม่มีความสุข#จิตเราไม่อิสระจิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค๔ครั้ง#โสดาปัตติมรรค #สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรคมีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้นจิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ#บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส#เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัสหรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว
#ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ขาดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิด#เราต้องนึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลา#เราไม่ลืมความตาย#พวกเราถือศีล5ก็พอแล้วศีล5ไว้ก่อนแล้วก็เชื่อกรรมเชื่อผลของกรรมอย่าเชื่ออะไรซึ่งไม่มีเหตุมีผล ชาวพุทธเราต้องมีเหตุมีผล#ถัดจากนั้นพยายามมาเรียนรู้ความจริงตรงไหนบ้างที่เรารู้สึกว่ามันคือตัวของเราดูลงไปตรงนั้นเลย#จิตหมดความปรุงแต่ง#ทางไม่เกิด#ถ้าหลุดออกจากกามภพนะก็เข้าไปรูปภพหรือว่ารูปภูมิก็คือเข้าไปสงบอยู่กับการรู้รูปเช่นรู้ลมหายใจ #จิตไม่เอาแล้วโลกข้างนอกอารมณ์ทางตาหูจมูกลิ้นกาย ไม่เห็นจะมีสาระอะไร #จิตมารวมลงที่อารมณ์ภายในอันเดียว#อาจจะมารู้ลมหายใจอยู่อันเดียว#รู้ร่างกายอยู่อันเดียว #มาเพ่งรูปอยู่อันเดียวเพ่งดวงกสิณ #ดวงนิมิตอยู่อันเดียว #จิตเพ่งรูปอยู่เรียกว่ารูปภูมิถ้าจิตไม่อยู่ในกามภูมิ#ไม่อยู่ในรูปภูมิจิตก็ต้องเข้าอรูปภูมิ#ทิ้งรูปไปแล้วไปอยู่กับนามธรรม #เช่นไปอยู่กับความว่างจิตอยู่ในความว่าง #อยู่กับความไม่มีอะไรเลยเพราะงั้นที่เค้าสอนภาวนา#บางคนสอนภาวนาให้ไปอยู่ในความว่างอันนั้นเพี้ยนนะไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า
ตอบกลับ
pornpimon tungmepol
pornpimon tungmepol
4 วันที่ผ่านมา
#บางครั้งพระพุทธเจ้าตอนท่านอายุเยอะขึ้นแล้ว #ท่านแสดงธรรมเช้าตั้งแต่เช้ามามีธุระตลอดเลย #ตอนค่ำๆต้องแสดงธรรมให้พระฟังอีก#ตอนเย็นๆแสดงให้โยมฟัง #เขาทำงานเสร็จแล้วเขาก็เข้ามาวัดมาฟังธรรม#ตอนค่ำๆท่านก็ต้องเทศน์ให้พระฟังอีก#แล้วตอนดึกๆคนอื่นนอนแล้ว #พวกเทพก็จะมาไม่ใช่เรื่องประหลาด #พวกเทพที่จะมาฟังธรรมจะมาตอนดึกๆบางทีท่านนอนอยู่หรือท่านภาวนาอยู่ #บางทีท่านหลับอยู่เขาจะมาท่านก็จะตื่น
#จิตท่านจะตื่นกายท่านจะตื่นหรือเปล่าไม่รู้แต่จิตนั้นแสดงธรรมได้#ท่านเหนื่อยมากตั้งแต่เช้าเช้ามืดทำงานตลอด #เพราะเป็นพระพุทธเจ้าเช้ามืดขึ้นมาท่านจะพิจารณาแล้ว#วันนี้ท่านจะไปสอนใครจะสอนที่ไหนจะสอนอย่างไรสอนแล้วจะได้ผลอย่างไร#ท่านจะพิจารณาก่อนตอนออกไปบิณฑบาต
#ท่านก็จะแวะไปสำนักโน้นสำนักนี้ไปคุยกับปริพาชกคนนี้ไปคุยกับฤๅษีคนนี้#หรือแวะไปโปรดฆราวาสญาติโยมอย่างบางคนไปอาบน้ำในแม่น้ำอยู่
พระพุทธเจ้าก็ไปโปรด#คือท่านพิจารณาตั้งแต่เช้ามืดเลย#ในขณะที่พวกเรายังนอนไม่ตื่นพระพุทธเจ้าทำงานแล้ว#ไปสงเคราะห์ว่าวันนี้ควรจะไปสงเคราะห์ใคร#บางคนยังไม่ควรจะได้ธรรมะตอนนี้หมายถึงอินทรีย์ยังไม่แก่กล้า #ท่านไปให้โอกาสเขาได้ทำทานเป็นการทำประโยชน์ #กลับมาท่านฉันอะไรอย่างนี้หลังจากนั้นก็รับแขกแล้ว #เดี๋ยวคนโน้นมาคนนี้มาตกเย็นๆญาติโยมก็เข้าวัดเยอะแยะ #ถัดจากนั้นก็สอนพระตรงที่สอนพระบางทีท่านเหนื่อยมากแล้ว #ร่างกายถึงท่านจะเป็นพระพุทธเจ้าจิตท่านจะวิเศษวิโสแค่ไหน#แต่ร่างกายท่านมันก็คือธาตุขันธ์แบบเดียวกับพวกเรานี้ไม่ได้ต่างกันหรอก#มันก็แก่ได้เจ็บได้ตายได้เหมือนกันฉะนั้นท่านเหนื่อยท่านก็จะใช้สาวก#เอ้าองค์นี้แสดงธรรมให้ทีท่านจะพักผ่อนแล้ว#ท่านจะต้องเอนหลังอะไรอย่างนี้ก็ลงไปนอนพักข้างๆ#พระสารีบุตรบ้างองค์โน้นองค์นี้ก็แสดงธรรมไป#พอแสดงธรรมจบแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็ลุกขึ้นมาบอกว่าแสดงได้ดี #ถ้าให้ท่านเทศน์ท่านก็เทศน์อย่างนี้ล่ะหรือบางวันท่านเห็นว่าท่านมีสาวกที่เก่งๆมาอยู่ด้วย #อย่างมีพระมหากัจจายนะมาอยู่ด้วยอย่างนี้ท่านก็แสดงธรรมย่อๆพูดไม่กี่คำ #บอกว่าวันนี้เราเหนื่อยแล้วจะพักแล้วท่านก็พักเข้ากุฏิท่านเลยพระอื่นๆก็ฟังแล้วยังไม่เข้าใจ#ยังไม่จุใจอะไรอย่างนี้ไปถามพระมหากัจจายนะ#ท่านก็ขยายความให้ฟังแจกแจงธรรมะให้ฟังเห็นไหมสาวกสอนไม่ใช่เรื่องธรรมดา#อย่าดูถูกโง่มากๆเลยที่ดูถูกพระสาวก
พระสาวกสอนพระสาวกบรรลุพระอรหันต์อะไรต่ออะไร#มีเยอะแยะหรือบรรลุโสดาบันพระสารีบุตรเก่งในการสอนพระสอนโยม
ให้บรรลุพระโสดาบัน#พระโมคคัลลานะเก่งในการสอนภิกษุด้วยกันหรือญาติโยมอะไรนี่ให้บรรลุพระอรหันต์#พระโมคคัลลานะสอนแล้วบรรลุพระอรหันต์ได้เยอะ#พระสารีบุตรสอนแล้วบรรลุโสดาบันได้เยอะฟังแล้วงงไหมเอ๊ะทำไมเป็นเอตทัคคะ#เป็นอัครสาวกฝ่ายขวามีปัญญามากสอนได้โสดาบันสอนปุถุชนให้เป็นพระโสดาบันยากที่สุดเลย#ยิ่งกว่าต้อนควายขึ้นภูเขาอีกพร้อมจะแว้งเอาส่วนคนที่เป็นพระโสดาบันแล้วอย่างไรๆวันหนึ่งก็ต้องเป็นพระอรหันต์มันง่ายกว่ากัน #เพราะฉะนั้นความยากที่สุดอยู่ในขั้นแรกนี้ล่ะ
ตอบกลับ
การสําเร็จมรรคผล
การสําเร็จมรรคผล
2 วันที่ผ่านมา
#ดูไปทุกสิ่งในชีวิตเรานะ ถ้าเห็นว่าทุกอย่างชั่วคราวนะ
#ต่อไปไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นจิตจะเป็นกลาง
จิตที่เป็นกลางแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น
#จิตจะหมดความดิ้นรน
จิตที่ไม่เป็นกลางนะมันจะดิ้นรนไม่เลิก
พวกเรารู้สึกไหม อย่างจิตใจเราไม่มีความสุข
#เราอยากให้มีความสุข เราเกลียดความทุกข์
จิตที่เกลียดความทุกข์ก็ดิ้นรนนะ
#ดิ้นว่าทำอย่างไรจะมีความสุข
หรือจิตมันดิ้นรนหาความสุข
จิตดิ้นรนหนีความทุกข์
การที่จิตต้องดิ้นรนอยู่ตลอดเวลานี่นะ
คือตัวทุกข์เลย จิตจะมีแต่ความทุกข์ล้วนๆ เลย
สร้างภพ สร้างชาติ
สร้างความปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลา
พวกเราเห็นไหม
ในใจของเรามีความอยากเกิดตลอดเวลา
ไปหัดดูนะ แล้วเราจะเห็นเลยใจเรา
มีความอยากตลอดเวลา เดี๋ยวอยากดู
เดี๋ยวอยากฟัง เดี๋ยวอยากคิด
เดี๋ยวอยากหนีไปที่อื่น
อย่างตอนนี้แดดร้อนแล้วอยากหนีแล้ว
ถอยได้นะถอย ถอยไปอยู่ข้างหลัง ถอยได้
แบ หรือจะเอาเสื่อ ขึ้นคลุ
จิตมันจะรวม รวมเข้าอัปปนาสมาธิ
รวมของมันเองนะ
แล้วจะเห็นสภาวะธรรมเกิดดับอยู่สองสามขณะ
แล้วถัดจากนั้นอริยะมรรคก็จะเกิดขึ้น จะล้างกิเลส
อริยมรรคเวลาล้างกิเลส
จะไม่เหมือนการล้างกิเลสด้วยสม่ต้องล้างอีกแล้ว
ล้างทีเดียวสะอาดหมดจด ไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว
แล้วเราค่อยๆ ฝึกนะ วันหนึ่งเราได้เป็นพระอริยะ
อย่าวาดภาพว่าพระอริยะยากเกินไป
อย่าวาดภาพว่าพระอริยะอยู่ไกล บารมีเราน้อย
มัวแต่คิดว่าบารมีน้อยไม่ภาวนา
มันก็น้อยไปทุกชาตินั่นแหล่ะ
ถึงบารมีน้อยก็ขยันภาวนานะ
หายใจไปก็รู้สึกตัวไป หายใจไปรู้สึกตัวไป
มีสติรู้สึกตัวไปเรื่อย อย่าให้ลืมตัวเอง
ต่อไปก็หายใจไป เห็นร่างกายที่หายใจอยู่ไม่ใช่เรา
เห็นจิตใจมันทำงานได้เองนะ นี่ขั้น
ตอบกลับ
ทางบรรลุมรรคผล
ทางบรรลุมรรคผล
10 วันที่ผ่านมา
ตา หู จมูก สิ้น กาย ใจ#คำสอนทางพุทธศาสนา#อมตมหานครนี้มีศีลเป็นกำแพงเมืองมีปัญญาเป็นหอรบอินทรีย์สังวร
ตอบกลับ
Thongbai Ho
Thongbai Ho
1 เดือนที่ผ่านมา
น้อมกราบสาธุสาธุสาธุเจ้าค่ะ
1
ตอบกลับ
pornpimon tungmepol
pornpimon tungmepol
17 ชั่วโมงที่ผ่านมา
#คุณแห่งศีลมีอยู่ในโลก #ความสัจความสะอาดและความเอ็นดูมีอยู่ในโลก #ด้วยความสัจนั้นข้าพเจ้าจักทำสัจกิริยาอันยอดเยี่ยม
#ข้าพเจ้าพิจารณากำลังแห่งธรรม#โลกไม่มีอะไรมีแต่ทุกข์ #ผู้มีปัญญาก็หาที่พึ่งที่อาศัย #ที่พึ่งที่อาศัยของเราก็คือสรณะนั่นเอง
#อย่างเราไปทางทะเลมันก็มีพวกชูชีพ #พวกเรือลำเล็กๆเอาไว้อาศัยเวลาเรือใหญ่มันล่ม #ในสังสารวัฏสิ่งที่จะเป็นที่พึ่งที่อาศัยของเราได้จริงๆ
#ก็มีแต่พระรัตนตรัย #พระพุทธ #พระธรรม #พระสงฆ์ #ของอื่นไม่ใช่สรณะไม่ใช่ที่พึ่ง #ที่อาศัยได้ชั่วครั้งชั่วคราว
#ทำอย่างไรเราจะสามารถมีพระพุทธเจ้า #พระธรรมพระอริยสงฆ์มาเป็นสรณะ#และเป็นที่พึ่งในจิตใจของเราได้
#ตัวนี้เราจะต้องศึกษาต้องปฏิบัติ#สิ่งที่ต้องรักษาคือศีล #สิ่งที่ต้องฝึกซ้อมอยู่เสมอก็เรื่องของสมาธิ
#สิ่งที่ต้องพัฒนาให้เจริญไปเรื่อยๆคือปัญญา #การทำ3อย่างนี้3สิ่งนี้ #จะทำให้เรามีจิตใจที่พัฒนาสูงขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายเราก็มีที่พึ่ง
#เราเข้าถึงพระพุทธเจ้าพระธรรมพระสงฆ์ #เหมือนเราอยู่ในที่มืดอยู่ในก้นเหวลึกๆเลยมืดตื๋อเลย #ต้องพยายามสำรวจตรงไหนจะเป็นทางรอดของเรา
#มีแสงสว่างปรากฏขึ้นบนยอดภูเขา เป็นจุดเป็นดวงเล็กๆ #นั่นคือแสงสว่างที่พระพุทธเจ้าท่านทำประทานมาให้
#ท่านเป็นผู้จุดโคมไฟในความมืด#เพื่อให้คนซึ่งมีปัญญาสำรวจไป #ว่าทางไหนจะออกจากที่มืด
#ออกจากหุบเหวออกจากถ้ำนี้ได้#พระพุทธเจ้าพยายามจุดไฟขึ้นมาให้เราเห็น #เรามีหน้าที่ต้องตะเกียกตะกายเข้าไปหาความสว่างนั้น
#ในพระไตรปิฎกคนซึ่งเข้าใจธรรมะแล้ว #มักจะเปรียบพระพุทธเจ้าเป็นผู้จุดประทีป
#โดยหวังว่าคนซึ่งมีตาจะมองเห็น #ประทีปที่ท่านให้ไว้คือหลักของการปฏิบัตินั่นเอง
#คือศีล #สมาธิ #และปัญญา
ตอบกลับ
พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์
พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์
1 เดือนที่ผ่านมา
#พระโสดาบัน #พระสกิทาคามี #พระอนาคามี #พระอรหันต์#จิตที่มันเป็นกลางต่อทุกสิ่งทุกอย่างนี่นะตัวนี้เป็นตัวสำคัญนี่คือประตูแห่งการบรรลุมรรคผล#พอมันเป็นกลางกับทุกสิ่งทุกอย่างมันจะไม่ปรุงแต่งต่ออย่าง#ถ้ามันไม่เป็นกลางมันจะปรุงแต่งต่อเช่นความ#โกรธเกิดขึ้นอยากให้หายก็ต้องหาทางทำให้หายเห็นมั้ยปรุงแต่งต่อล่ะ#ความสุขเกิดขึ้นอยากให้อยู่นานๆต้องหาทางรักษา#นี่ปรุงแต่งต่อมีการทำงานแต่ถ้ามันเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเกิดแล้วก็ดับๆ#ไม่ปรุงแต่งต่อจิตจะพ้นจากความปรุงแต่ง #ตามรู้ตามดูจนมันพอสติสมาธิปัญญาแก่รอบ#จิตใจยอมรับความจริงยอมรับไตรลักษณ์#ว่าทุกอย่างเกิดแล้วก็ดับถึงจุดนี้มันจะเป็นรอยแยก#พวกที่หวังพุทธภูมินะก็มีโอกาสจะเป็นพระโพธิสัตว์#ที่ได้รับคำพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า#ไม่ใช่พยากรณ์จากหมอดูนะต้องพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า#พวกที่ไม่ได้หวังจะเป็นพระโพธิสัตว์แต่หวังความพ้นทุกข์นะ#จิตมีโอกาสที่จะเกิดมรรคผลได้เวลาที่จิตจะเกิดมรรคผลนั้น#จิตจะรวมเข้าอัปนาสมาธิ#เพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึงองค์มรรคสัมมาสมาธิ#ท่านจะพูดด้วยอัปนาสมาธิด้วยฌาน๔#พวกเราตอนที่เจริญสติอยู่นี่เรียกว่าเจริญบุพพภาคมรรค#เบื้องต้นแห่งมรรค#ยังไม่เป็นฌานนะเราหัดเจริญสติอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างนี้#ถึงวันที่อริยมรรคจะเกิดจิตจะรวมเข้าฌานโดยตโนมัตินะ#จิตเวลาที่เกิดมรรคเกิดผลจะไม่เกิดในจิตของคนธรรมดา#ทึ่เรียกว่ากามาวจรจิตกามาวจรภูมิไม่เป็นอย่างนั้น#จะต้องเข้าฌานนะเมื่อมันรวมเข้าไปแล้ว#มันจะเห็นสภาวะธรรมนี่เกิดดับสองขณะหรือสามขณะแต่ละคนไม่เท่ากันนะ#ถัดจากนั้นจิตจะวางการรู้อารมณ์ทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้#สิ่งที่ห่อหุ้มปกคลุมธาตุรู้อยู่นี่ถูกอริยมรรคแหวกออกไปแล้ว#ก็มันจะไปเห็นนิพพานนะนิพพานไม่ใช่ว่างเปล่า#นิพพานไม่ใช่โลกๆหนึ่งพวกเรายังไม่เคยเห็น#เราก็วาดภาพสุดโต่งไปสองข้าง#ข้างหนึ่งก็นิพพานเป็นโลกๆหนึ่งพวกนี้พวกสัสตะทิฐิมีของที่เที่ยงคงที่#อีกพวกหนึ่งคิดว่านิพพานสูญไปเลยขณะนั้นไม่มีอะไรเหลือเลย#กระทั่งสติพวกนี้หลงไปล่ะคิดว่านิพพานไม่มีอะไรเลย#นี่พวกอุจเฉททิฐินะ#นิพพานมีนะนิพพานมีสภาวะรองรับ#สภาวะของนิพพานคือสันติคือความสงบนั่นเอง#สงบจากอะไรสงบจากกิเลสสงบจากอะไรสงบจากความปรุงแต่ง#สงบจากอะไรสงบจากการแบกหามขันธ์นะ#ดังนั้นเราภาวนานะเนี่ย#จากฮนกฮูกไปหากไก่จากกไก่กลับมาฮนกฮูกล่ะyougotthisyougotthisyougotthisyougotthisyougotthisyougotthisvirtualhugvirtualhugvirtualhugvirtualhugsocialdistsocialdistsocialdistsocialdistsocialdistsocialdistsocialdistsocialdistsocialdistsocialdistsocialdistvirtualhug😇😇😇😇😇😇😇😇😇😇😇😇😇😇😇
1
ตอบกลับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
#ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าเลยไปหนึ่งอสงไขยแสนกัปแต่กัปนี้ไป#ข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าอโนมทัสสี #ปรารถนาเห็นพระองค์#นิพพานของพระโสดาบัน#ข้ามเข้ามาทวนเข้ามาถึงจิตแท้ถึงวิญญาณธาตุธาตุรู้แท้ๆแล้วธรรมธาตุตัวนี้แล้วอริยมรรคก็จะเกิดขึ้นอาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตอยู่นี้ถูกอริยมรรคแหวกออกแหวกออกทำลายออกก็ล้างกิเลสล้างในพริบตาเดียวในขณะเดียววับเดียวขาดเลย#มันคล้ายๆเปิดสวิตช์ไฟปั๊บสว่างวูบเดียวความมืดหายไปเลยนะในพริบตานั้นเลยจิตถัดจากนั้นนะจะเห็นพระนิพพานอีก๒ขณะ๓ขณะเห็นไม่เท่ากันหรอกบางคนเห็น๒ขณะบางคนเห็น๓ขณะถ้าพวกอินทรีย์กล้ามากๆก็เห็น๓ขณะพวกอินทรีย์ไม่กล้ามากก็เห็น๒ขณะเพราะฉะน้นพระอริยะในภูมิเดียวกันนะระดับเดียวกันความรู้ความเข้าใจไม่เท่ากัน ความแตกฉานอะไรอย่างนี้ไม่เท่ากัน เห็นพระนิพพาน ก็รู้ว่าพระนิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตา นิพพานไม่เคยหายไปไหน อยู่ต่อหน้าต่อตานี้แหละ แต่โง่เอง ไม่เห็นทำไมไม่เห็น มัวแต่เห็นแต่กาม มัวแต่เห็นรูปภพ มัวแต่เห็นอรูปภพ จิตไม่รู้จักปล่อย ตรงที่เขาปล่อย เขาข้ามแล้ว เขาทิ้งแล้ว ตรงโคตรภูญาณที่จิตข้ามโคตรน่ะ ข้ามจากปุถุชน มาเป็นพระอริยะ ข้ามทิ้งตรงนี้ มันทิ้งหมดเลยนะ มันทิ้งกามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ ทิ้งหมดเลย ข้ามมาสู่อริยภูมิ โลกุตรภูมิ ข้ามเอง
#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#อารมณ์พระอรหันต์#มหาปรินิพพานสูตรและพระสาวกภาษิต#เวลาที่เราภาวนาพละ๕มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง #รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุนกำลังเสริมจนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา#เวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็มกำลังเต็มศีลสมาธิปัญญาเต็ม#คุณงามความดีนั้นเต็มในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาล
#อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไปขาดสะบั้นออกไป#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่#รู้สึกไหมว่าทุกข์แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลยจิตเราไม่มีความสุข#จิตเราไม่อิสระจิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค๔ครั้ง#โสดาปัตติมรรค #สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค
มีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้นจิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ
#บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส
#เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัสหรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว
#ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ขาดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิด
#เราต้องนึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลา#เราไม่ลืมความตาย#พวกเราถือศีล5ก็พอแล้วศีล5ไว้ก่อนแล้วก็เชื่อกรรมเชื่อผลของกรรมอย่าเชื่ออะไรซึ่งไม่มีเหตุมีผล ชาวพุทธเราต้องมีเหตุมีผล#ถัดจากนั้นพยายามมาเรียนรู้ความจริงตรงไหนบ้างที่เรารู้สึกว่ามันคือตัวของเราดูลงไปตรงนั้นเลย#จิตหมดความปรุงแต่ง#ทางไม่เกิด#ถ้าหลุดออกจากกามภพนะก็เข้าไปรูปภพหรือว่ารูปภูมิก็คือเข้าไปสงบอยู่กับการรู้รูปเช่นรู้ลมหายใจ #จิตไม่เอาแล้วโลกข้างนอกอารมณ์ทางตาหูจมูกลิ้นกาย ไม่เห็นจะมีสาระอะไร จิตมารวมลงที่อารมณ์ภายในอันเดียวอาจจะมารู้ลมหายใจอยู่อันเดียว รู้ร่างกายอยู่อันเดียว มาเพ่งรูปอยู่อันเดียวเพ่งดวงกสิณ ดวงนิมิตอยู่อันเดียว จิตเพ่งรูปอยู่เรียกว่ารูปภูมิถ้าจิตไม่อยู่ในกามภูมิ ไม่อยู่ในรูปภูมิ จิตก็ต้องเข้า อรูปภูมิ
ทิ้งรูปไปแล้วไปอยู่กับนามธรรม เช่นไปอยู่กับความว่าง จิตอยู่ในความว่าง อยู่กับความไม่มีอะไรเลยเพราะงั้นที่เค้าสอนภาวนา บางคนสอนภาวนาให้ไปอยู่ในความว่าง อันนั้นเพี้ยนนะ ไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า มันก็เป็นอรูปภูมิ เป็นภูมิอีกภูมิหนึ่ง เป็นภพอีกภพหนึ่งเท่านั้นเอง
ตอบกลับ
pornpimon tungmepol
pornpimon tungmepol
2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
#สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค
มีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้นจิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ
#บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส
#เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัสหรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว
ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ขาดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิดขึ้น”
ตอบกลับ
ทางบรรลุมรรคผล
ทางบรรลุมรรคผล
9 วันที่ผ่านมา
#จิตสลัดคืนจิตเข้าใจจิตแล้วเข้าใจธรรมทั้งหมด`#ถ้าเราตัดตรงเข้ามาเห็นความจริงของจิตได้ เวลาที่มันรู้แจ้งแทงตลอดในตัวจิตว่าจิตไม่ใช่ตัวเราเจตสิกทั้งหลายก็พลอยไม่ใช่เราด้วย เป็นแค่ของถูกรู้ถูกดู รูปทั้งหลายมันก็ไม่ใช่ตัวเรา มันเป็นแค่ของถูกรู้ถูกดูเท่านั้น ตัวนี้มันก็ถูกรู้ รูปภายในหรือรูปภายนอก รูปคนอื่น รูปสัตว์อื่น มันก็อาการเดียวกัน มีลักษณะอันเดียวกัน คือมันเป็นวัตถุ เป็นก้อนธาตุ เหมือนๆ กัน สุดท้าย มันก็ตายก็เน่าไป กลับไปเป็นธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นเข้าใจที่จิตตัวเดียวจะเข้าใจธรรมทั้งหมด
จิตทำหน้าที่รู้, จิตทุกชนิดเกิดแล้วดับ, จิตมีความต่างกัน, จิตสลัดคืนจิต, จิตเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ, จิตเป็นประธาน จิตเป็นธรรมชาติที่รู้อารมรณ์, จิตเป็นใหญ่, จิตแยกต่างหากจากกัน, จิตแสดงกิริยา, ดูจิต, พระไตรปิฎก, เจตสิก, ได้จิตก็ได้ธรรม
#ดูก่อนนายโจรทุกข์ทางใจย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ห่วงใยในชีวิต#ความกลัวทั้งปวงอันเราผู้สิ้นสังโยชน์ล่วงพ้นได้แล้วเมื่อตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพสิ้นไปแล้วความกลัวตายในปัจจุบันมิได้มีด้วยประการใดประการหนึ่งเลย #ดุจบุรุษไม่กลัวความหนักเพราะวางภาระแล้วฉะนั้นพรหมจรรย์เราประพฤติดีแล้วแม้ธรรมเราก็อบรมดีแล้วเราไม่มีความกลัวตายเหมือนบุคคลไม่กลัวโรคเพราะโรคสิ้นไปแล้วฉะนั้น พรหมจรรย์เราประพฤติดีแล้ว แม้มรรคเราก็
อบรมดีแล้ว ภพทั้งหลายอันไม่น่ายินดีเราได้เห็นแล้ว
เหมือนบุคคลดื่มยาพิษแล้วบ้วนทิ้งฉะนั้น บุคคลผู้ถึงฝั่ง
แห่งภพ ไม่มีความถือมั่น ทำกิจเสร็จแล้ว หมดอาสวะ
ย่อมยินดี เพราะเหตุความสิ้นอายุ เหมือนบุคคลพ้นแล้ว
จากการถูกประหารฉะนั้น บุคคลผู้บรรลุธรรมอันสูงสุดแล้ว
ไม่มีความต้องการอะไรในโลกทั้งปวง ย่อมไม่เศร้าโศก
ในเวลาตาย ดุจบุคคลออกจากเรือนที่ถูกไฟไหม้ฉะนั้น
สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ก็ดี ภพที่สัตว์ได้อยู่ในโลก
นี้ก็ดี พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ได้ตรัสไว้ว่า สิ่ง
ทั้งหมดนี้ไม่เป็นอิสระ ผู้ใดรู้แจ้งธรรมข้อนั้น เหมือนดัง
ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ผู้นั้นย่อมไม่ยึดถือภพไร ๆ
ดังบุคคลผู้ไม่จับก้อนเหล็กแดงอันร้อนโชนฉะนั้น เราไม่มี
ความคิดว่า ได้มีมาแล้ว จักมีต่อไป สังขารจักปราศจาก
ไป จะคร่ำครวญไปทำไมในเพราะสังขารนั้นเล่า.
ดูก่อนนายโจร ความกลัวย่อมไม่มีแก่ผู้พิจารณาเห็น
ตามความเป็นจริง ซึ่งความเกิดขึ้นแห่งธรรมอันบริสุทธิ์
และความสืบต่อแห่งสังขารอันบริสุทธิ์ เมื่อใดบุคคล
พิจารณาเห็นเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อ
นั้น บุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา ย่อมไม่เศร้า
โศกว่า ของเราไม่มี เรารำคาญด้วยสรีระ เราไม่ต้อง-
การด้วยภพ ร่างกายนี้จักแตกไป และจักไม่มีร่างกาย
อื่น ถ้าท่านทั้งหลายปรารถนาจะทำกิจใดด้วยร่างกายของ
เรา ก็จงทำกิจนั้นเถิด ความขัดเคืองและความรักใคร่ใน
ร่างกายนั้น จักไม่มีแก่เรา เพราะเหตุที่ท่านทั้งหลายทำ
กิจตามปรารถนาด้วยร่างกายของเรานั้น. โจรทั้งหลายได้
ฟังคำของท่านอันน่าอัศจรรย์ ทำให้ขนลุกชูชัน จึงพา
กันวางศาสตราวุธ แล้วกล่าวดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
ความไม่เศร้าโศกที่ท่านได้นี้ เพราะท่านได้ทำกรรมอะไร
ไว้ หรือใครเป็นอาจารย์ของท่าน หรือเพราะอาศัยคำสั่ง
สอนของใคร.
พระเถระได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงได้กล่าวตอบว่า
พระศาสดาผู้เป็นสัพพัญญู รู้เห็นธรรมทั้งปวง ชนะ
หมู่มาร มีพระกรุณาใหญ่ ผู้รักษาพยาบาลชาวโลกทั้งปวง
เป็นอาจารย์ของเรา ธรรมเครื่องให้ถึงความสิ้นอาสวะอัน
ยอดเยี่ยมนี้ พระองค์ทรงแสดงไว้แล้ว ความไม่เศร้าโศก
เราได้เพราะอาศัยคำสั่งสอนของพระองค์ พวกโจรฟัง
ถ้อยคำอันเป็นสุภาษิตของพระเถระผู้เป็นฤาษีแล้ว พากัน
วางศาสตราและอาวุธ บางพวกก็งดเว้นจากโจรกรรม บาง
พวกก็ขอบรรพชา โจรเหล่านั้นครั้นได้บรรพชาในศาสนา
ของพระสุคตแล้ว ได้เจริญโพชฌงค์และพลธรรม เป็น
บัณฑิต มีจิตเฟื่องฟู เบิกบาน มีอินทรีย์อันอบรมดีแล้ว
ได้บรรลุสันตบท คือนิพพานอันหาปัจจัยปรุงแต่งมิได้.
จบอธิมุตตเถรคาถา
ตอบกลับ
ทางบรรลุมรรคผล
ทางบรรลุมรรคผล
9 วันที่ผ่านมา
#ดูก่อนสุทัตตะเมื่อรากยังมั่นคงแม้ต้นไม้จะถูกตัดแล้ว #มันก็สามารถขึ้นได้อีกฉันเดียวกัน#เมื่อบุคคลยังไม่ถอนตัณหานุสัย
ขึ้นเสียจากดวงจิต#ความทุกข์ก็เกิดขึ้นได้บ่อยๆ#สุทัตตะเอยน้ำตาของสัตว์ผู้ต้องร้องไห้#เพราะความทุกข์โทมนัสทับถม
#ในขณะที่ท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสารนี้#มีจำนวนมากเหลือคณนา#สุดที่จะกล่าวได้ว่ามีประมาณเท่านั้นเท่านี้ #กระดูกที่เขาทอดทิ้ง#ลงทับถมปฐพีดลเล่า #ถ้านำมากองรวมๆกันมิให้กระจัดกระจาย#คงจะสูงเท่าภูเขาบนพื้นแผ่นดินนี้#ไม่มีช่องว่างเลยแม้แต่นิดเดียวที่สัตว์ไม่เคยตาย#ปฐพีนี้เกลื่อนกล่นไปด้วยกระดูก#แห่งสัตว์ผู้ตายแล้วตายเล่า#เป็นที่น่าสังเวชสลดจิตยิ่งนัก#ทุกย่างก้าวของมนุษย์และสัตว์#เหยียบย่ำไปบนกองกระดูก#เขานอนบนกองกระดูก#นั่งบนกองกระดูก#สนุกสนานเพลิดเพลิน#อยู่บนกองกระดูกทั้งสิ้น#ดูก่อนสุทัตตะไม่ว่าภพไหนๆ#ล้วนแต่มีลักษณะเหมือนกองเพลิงทั้งนั้น#จึงมุ่งสู่พุทธภูมิ
#การบรรลุมรรคผล#ดูกรภิกษุเปรียบเหมือนประทีปน้ำมัน #อาศัยน้ำมันและไส้จึงโพลงอยู่ได้ #เพราะสิ้นน้ำมัน
#อานิสงส์การเจริญมรณสติ
#ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น#ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลสตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
#จิตสลัดคืนจิต#เข้าใจจิตแล้วเข้าใจธรรมทั้งหมด#ถ้าเราตัดตรงเข้ามาเห็นความจริงของจิตได้#เวลาที่มันรู้แจ้งแทงตลอดในตัวจิต#ว่าจิตไม่ใช่ตัวเราเจตสิกทั้งหลาย
#สุดท้ายบรรลุมรรคผล
#จิตหลุดพ้นจากอาสวะ#เราต้องการอะไรหลังบรรลุมรรคผล
#ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน
#ผู้มีร่างกายสุดท้าย#วิมุตติความหลุดพ้น
ตอบกลับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น